วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จำปี

จำปี


จำปี
ชื่อวิทยาศาสตร์   Michelia longifolia Blume
ตระกูล               Magnoliaceae
ชื่อสามัญ           White champae tree
ถิ่นกำเนิด            อินโดนีเซีีย

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
จำปี-จำปา เป็นไม้ดอกยืนต้นที่ปลูกในประเทศไทยเป็นเวลานานแล้ว ในปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจปลูกเป็นการค้ากันมากขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บดอกใช้ทำพวงมาลัยหรือใช้ประกอบในงานพิธีต่าง ๆ และยังปลูกตกแต่งสวนได้เพราะว่าทั้งดอกจำปี-จำปามีกลิ่นหอม นอกจากนี้ยังมีจำปีสีนวล จำปาแขกที่จัดเป็นชนิดเดียวกันอีกด้วย พื้นที่การปลูกจำปี-จำปาในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2534 มีประมาณ 2,000 ไร่ และผลผลิตส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศมีเพียงส่วนน้อยที่เหลือส่งออกมีมูลค่า 8,000 บาท ประเทศที่รับซื้อคือเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม บรูไน (ข้อมูลจากด่านตรวจพืช)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ทั้งจำปี-จำปา เป็นไม้ยืนต้นมีลักษณะเป็นพุ่มใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว กว้าง ปลายใบแหลม การออกดอกจะออกที่บริเวณส่วนยอดของกิ่งและตามซอกใบ ดอกมีกลิ่นหอมแต่กลิ่นจะแตกต่างกัน กลีบดอกจำปีมีสีขาว-ขาวครีม ส่วนจำปานั้นกลีบดอกมีเหลืองเข้ม กลีบดอกมี 10-12 กลีบภายในดอกประกอบด้วยเกสรตัวเมีย 1 อันและเกสรตัวผู้มากกว่า 1 อัน
การปลูก
การปลูก การเตรียมดิน โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว จะทำการยกร่องแล้วปลูกบนร่อง ถ้าหากสภาพพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึงก็ไม่จำเป็นต้องยกร่องปลูก หลังจากนั้นทำการเตรียมดินโดยการขุดไถพรวนดิน ใส่ปูนขาว ตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน ทำการขุดหลุมปลูกโดยใช้ระยะปลูก 4 x 6 เมตร ขนาดของหลุม 1 x 1 x 1 เมตร แล้วนำปุ๋ยคอกประมาณ 1 บุ้งกี๋และปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมคลุกเคล้ากับดินที่ขุดขึ้นมาให้เข้ากันดี แล้วใส่ลงไปในหลุม ก่อนที่จะนำต้นมาปลูกต่อไป นอกจากนี้อาจมีการนำเอาเศษกระดูกสัตว์จากโรงงานมาใส่ในหลุมปลูกด้วย เพื่อช่วยให้ออกดอกมากขึ้น

การขยายพันธ์
การขยายพันธุ์ จำปี นิยมใช้วิธีตอนกิ่ง โดยจะทำการตอนในช่วงฤดูฝนเพราะจะออกรากดีที่สุด ในฤดูอื่นไม่นิยมการตอนกิ่งเลย ส่วนการเพาะเมล็ดจะไม่นิยมทำกันเพราะการติดเมล็ดยากกว่าจำปา จำปา นิยมขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เนื่องจากการติดเมล็ดง่ายและมีจำนวนมาก ในปัจจุบันมีการขยายพันธุ์โดยการตอนอีกด้วย เพราะว่าจะได้ต้นที่เจริญเติบโตเร็วกว่าการเพาะเมล็ด แต่ยังไม่นิยมทำกันมากนัก เพราะจำปาจะออกรากยาก เมื่อเราจะตอน จะต้องเตือนกิ่งทิ้งไว้ก่อน จึงจะทำการตอนได

การดูแลรักษา
1. การให้น้ำ จำปี-จำปา เป็นไม้ที่ชอบน้ำมาก แต่อย่าให้น้ำขัง จึงจำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งมาก ๆ อาจต้องรดวันละ 2 ครั้ง ก็ได้ ถ้าให้น้ำไม่เพียงพอจะให้ดอกน้อยลง
2. การให้ปุ๋ย หลังจากจำปี-จำปา ตั้งตัวได้ดีแล้ว (ประมาณ 24 สัปดาห์) ควรมีการใส่ปุ่ยสูตร 15-15-15, 16-16-16, 20-15-15 อัตรา 2-3 กก./ต้น/ปี โดยเจาะใส่เป็นหลุม ตามแนวของทรงพุ่ม การใส่ปุ๋ยควรใส่เดือนละครั้ง หลังจากใส่ปุ๋ยแล้วควรรดน้ำตามด้วย นอกจากนี้ยังมีการใส่ปุ๋ย คอกและปูนขาวทุกปีเพื่อปรับสภาพดินให้ดีขึ้น
3. การตัดแต่งกิ่ง เมื่อต้นมีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จะมีลำต้นสูง จะต้องตัดแต่งโดยตัดยอดให้ต่ำลง เพื่อให้แตกกิ่งใหม่ สะดวกในการเก็บดอก แล้วควรตัดกิ่งแก่ กิ่งแห้งออกด้วยเพื่อให้ทรงต้นโปร่งไม่เป็นที่สะสมของโรคและแมลง

โรคแมลงและการป้องกันกำจัด
1. โรคใบแก้ว จะพบในจำปา ส่วนจำปีไม่ค่อยพบ สาเหตุเกิดจากการเตรียมดินไม่ดีอาการเหมือนกับโรคใบแก้วของส้ม คือ ใบจะเป็นสีเหลืองบริเวณยอด ส่วนเส้นใบจะเป็นสีเขียว ขนาดดอกเล็กลง และมีสีเปลี่ยนไป การแก้ไข ทำได้โดยการปรับปรุงดินให้มีสภาพดีขึ้นโดยการใส่ปุ๋ยคอก และปูนขาว
2. โรคกิ่งแตก สาเหตุการเกิดโรคยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร อาการจะพบว่าที่กิ่งและลำต้นเปลือกนอกของกิ่ง จะแตกเต็มไปหมด ทำให้ออกดอกน้อยลง จะพบในต้นที่มีอายุมาก ๆ การแก้ไข ให้โค่นต้นทิ้งแล้วปลูกใหม่
3. หนอน จะทำลายทั้งต้นและดอก ทำให้ใบเหี่ยวและดอกเสียหายถ้าปล่อยไว้ ต้นอาจตายได้ การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีฆ่าแมลง เช่น แลนเนต อโซดริน ริพคอร์ด ฉีดพ่นเดือนละ 1 ครั้ง


1 ความคิดเห็น:

  1. จำปี
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Michelia alba DC
    วงศ์ : MAGNOLIACEAE
    ชื่อสามัญ : White Chempaka

    จำปีเป็นไม้ประดับที่มีดอกหอม นิยมปลูกประดับ ปลูกเพื่ออาศัยร่มเงาเนื่องจากให้ใบดกหนา ดอกของจำปียังนิยมนำมาร้อยมาลัย จำปีเป็นไม้ต้น สูง 10-20 เมตร ทรงพุ่มรูปกรวยคว่ำ แตกกิ่งจำนวนมาก ใบดกหนาแข็งเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาวนวล ออกตามซอกใบ ดอกตั้งขึ้น ดอกตูมเป็นรูปกระสวย ยาว 3-5 เซนติเมตร มีแผ่นสีเขียวคลุมอยู่ จะหลุดออกเมื่อดอกบาน มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนกัน รวม 8-12 กลีบ เป็นรูปรี ยาว 4-6 เซนติเมตร เมื่อดอกเริ่มบานจะส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงเช้า หอมแรงในตอนกลางคืน พอสายๆวันรุ่งขึ้นก็จะจางลง ดอกบานเพียงวันเดียวเท่านั้นก็ร่วงจากต้น ส่วนใหญ่จะบานในช่วงฤดูฝน จำปีขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่งและทาบกิ่ง ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นระบายน้ำได้ดี ชอบให้รดน้ำบ่อย ๆ และชอบแสงแดดจัด หากปลูกใต้ร่มเงาไม้อื่นต้นจะสูงชะลูดไม่ค่อยออกดอก

    ตอบลบ